ประเภทของหัวอัด-ขยาย
BWthai.org Forum
31 ตุลาคม, 2563, 09:01:04 am *

ลิ้งนี้เป็นเว็บบอร์ดเก่าของชมรมภาพถ่ายขาวดำแห่งประเทศไทยเปิดไว้สำหรับค้นหาข้อมูลเท่านั้นน่ะครับ ถ้าต้องการพูดคุยอัพเดทเชิญที่ http://www.bwthai.org ครับ

 
  หน้าแรก   เวปบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประเภทของหัวอัด-ขยาย  (อ่าน 5365 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ศรศักดิ์
Member
*****

โหวตให้คะแนน 22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 987


Level 25 : Exp 51%
HP : 0%

« เมื่อ: 22 ตุลาคม, 2553, 06:29:20 pm »


สิ่งที่จะพูดถึงต่อไปนี้มาจากประสบการณ์ และจากการย้อนกลับไปอ่านตำราเก่าๆเมื่อสมัยเรียน อาจจะไม่ทันสมัยนัก แต่คิดว่าคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากมายนัก

เครื่องอัด-ขยายภาพ เป็นอุปกรณ์หลักของการผลิตภาพด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม คือการทำงานในห้องมืด หรือ Wet Process เครื่องอัด-ขยาย สามารถที่จะขยายเนกาตีฟ ที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือให้ออกมาใหญ่ได้หลายสิบ หรือหลายร้อยเท่า เครื่องอัด-ขยายภาพ ที่ว่านี้มีรูปทรง คุณภาพ สมรรถภาพ ที่ต่างกัน แต่ก็ใช้หลักการเดียวกัน จะทำงานได้ดี หรือไม่ดีเพียงไร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วย เครื่องอัด-ขยายภาพ มีราคาที่ต่างกันมาก มีตั้งแต่เครื่องที่ราคาเพียงไม่กี่พันบาท ขึ้นไปจนถึงหลักแสน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับคุณภาพ วัสดุที่ใช้ สมรรถภาพ และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีเครื่อง อัด-ขยายภาพออกมาใหม่มากมายนัก เพราะหลายค่ายได้เลิกผลิต เพราะว่าผู้คนได้หันไปเล่นกล้องดิจิตัลกันมาก แต่เครื่องมือสองก็มีออกมาขายกันมากแทน...ของมือสองมีให้เลือกหาซื้อมากมาย แต่เราก็ควรจะต้องรู้ไว้บ้างว่าต้องดูอะไร อะไรสำคัญ หรือไม่สำคัญ จะได้เลือกซื้อให้ได้ถูกต้องตามที่เราต้องการ

ผมจะจำแนกส่วนที่เป็น ชิ้นหลัก หรือที่สำคัญของเครื่องอัด-ขยายออกเป็นส่วนๆ เพื่อที่จะได้รู้พอคร่าวๆว่าส่วนไหนมีหน้าที่ทำอะไร และต้องมองหาอะไรในการเลือกซื้อเครื่อง เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการ เลือกหาซื้อใช้ได้ตามกำลังทรัพย์หรือตามความต้องการ

ตัวของเครื่อง อัด-ขยายทั่วไปจะมีส่วนสำคัญหลักๆอยู่ด้วยกันสามส่วน คือ 1. ส่วนที่เป็นหัว เรียกว่า Head หรือ Lamp house 2. ส่วนที่เป็นเสาหรือขาหรือแกน เรียกว่า Shaft และ 3. ส่วนล่างสุดเรียกว่าฐาน หรืือ Base


Head
ส่วน ที่เป็นหัว จะเป็นส่วนที่มีความยุ่งยากที่สุดและแพงที่สุดของเครื่อง เพราะมันเป็นส่วนที่ให้แสง มีตำแหน่งให้ใช้ใส่เนกาตีฟ ส่วนที่ใช้ปรับความชัด ซึ่งปรกติจะเป็นท่อพับยืดซึ่งมีที่หมุนปรับได้ หรือเพียงแค่ยกขึ้น-ลง เท่านั้น และเลนส์ ซึ่งผู้ผลิตหลายค่ายให้มาด้วยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของหัว
สำหรับผู้ที่ ลงทุนไปมากมายกับเลนส์กล้อง นอกจากเครื่องที่มีราคาสูงจริงๆอย่าง Leitz แล้ว ผมไม่แนะนำให้ใช้เลนส์ที่มากับเครื่อง เพราะส่วนใหญ่แล้วคุณภาพจะไม่สูงนัก ไม่ได้หมายความว่าเป็นของไม่ดี มันมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ี่เริ่มต้น หรือนักเรียนเพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก...ควรจะหาเลนส์จากผู้ผลิต อิสระ อย่างเช่น Schneider หรือ Rodenstock

ภายในหัวก็จะมีแสงที่ ใช้แตกต่างกันออกไป เช่นการใช้หลอดประเภท incandescent หรือ tungsten กับเลนส์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะเรียกว่าหัว "condenser" กับที่ใช้หลอดประเภท quartz และกระจายแสงภายในก็จะเรียกว่าหัว "diffusion" หรือว่าหัว diffusion ที่ใช้หลอด fluorescent ก็จะเรียกว่า "cool head" เพราะว่ามันจะไม่ให้ความร้อนที่สูง ดังนั้นหัวอัดขยายจึงสามารถแยกออกได้เป็นสองประเภทหลัก คือ ประเภท condenser และประเภท diffusion...แต่ก็ยังมีเครื่องอัด-ขยายอีกประเภทหนึ่งซึ่งมาแทรกตรงกลางคือ condenser-diffusion enlarger หรือ semidiffusionenlarger มาให้เป็นตัวเลือกระหว่างสองขั้ว condenser และ  diffusion อีกด้วย แต่ไม่ค่อยจะได้รับความนิยมนัก และในบ้านเราคงจะหายากหน่อย

เรา สามารถที่จะ อัด-ขยายภาพ จากเนกาตีฟที่เรามีทั้งหมดได้ดีทัดเทียมกัน ไม่ว่าจะใช้เครื่องอัด-ขยายประเภท condenser หรือ diffusion หรือว่า condenser-diffusion enlarger...อย่างไรก็ตาม งานบางประเภทต้องการความคมชัดและ contrast สูง ก็ต้องพึ่ง condenser enlarger หรือบางเนกาตีฟที่มีปัญหา มีความเสียหายเล็กๆน้อยๆซึ่งเรามองไม่เห็น หรือว่าเล็กเกินไปที่จะแก้ไขได้ diffusion enlarger ก็คือคำตอบ ดังนั้นเราจึงต้องรู้และต้องเลือกใช้หัวเครื่องอัด-ขยายให้ถูกต้อง มิฉะนั้นงานก็จะออกมาไม่ดี


Condenser Enlargers
เป็น หัวที่ใช้หลอดไฟประเภท tungsten หรือ incandescent ในหัว ซึ่งภายในหัวจะใช้วัสดุที่มีการสะท้อนได้ ซึ่งจะเป็นโลหะสีแบบอลูมินั่ม ซึ่งเป็นสีเดียวกันกับวัสดุที่ใช้ทำหัว หรือสีขาว แสงจะกระจายไปทั่ว ด้านล่างจะมีเลนส์แก้วโค้งด้านเดียว (plano-convex lenses) ขนาดใหญ่หนาๆสองชิ้นอยู่ในกรอบวงกลม โดยมีส่วนโค้งชนกัน Condenser lens นี้จะรวมแสงเพื่อส่งไปยังเนกาตีฟ และส่งไปยังเลนส์อีกต่อหนึ่ง แสงที่ผ่านเนกาตีฟไปยังเลนส์คือแสงที่จะสร้างให้เกิดภาพบนกระดาษที่อยู่ด้าน ล่าง ระบบนี้ให้แสงที่สม่ำเสมอ ให้ contrast ที่สูง มีความไวและความสว่างสูงมากจึงสามารถสร้างภาพได้เร็ว Condenser Enlargers สามารถใช้กับการอัด-ขยายเนกาตีฟสี และกระดาษ multigrade ได้ เพราะที่หัวจะมีลิ้นชักสำหรับใส่ฟิลเตอร์ gelatin หรือ plastic ที่จะอยู่ระหว่าง condenser lens กับเนกาตีฟ แต่ก็สามารถใส่ฟิลเตอร์ใต้เลนส์ได้

หัวประเภทนี้เหมาะที่จะใช้กับเนกา ตีฟที่มี contrast ต่ำ หรือต้องการเพิ่ม contrast ให้กับภาพ เป็นเครื่องที่จะให้ความคมชัดที่ดี ข้อเสียคือมีความร้อนสูง ไม่แนะนำให้ใช้กับเนกาตีฟที่จะต้องใช้เวลาอัดนานๆ หรือกับเนกาตีฟที่ไม่สะอาดและที่มีรอยขีดข่วนอยู่บ้าง เพราะทุกอย่างจะออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนบนภาพ หากเนกาตีฟที่ถ่ายมามี contrast สูงก็ไม่เหมาะที่จะใช้เครื่องที่มีหัวประเภทนี้เช่นกัน หากมีใช้อยู่เครื่องเดียว ทางแก้ก็คือ ใช้กระดาษที่มี contrast ต่ำ หรือปรับการถ่ายภาพให้มี contrast ต่ำลง


Diffusion Enlargers
แสง ที่อยู่ในหัวประเภทนี้จะมีการสะท้อนไป-มา ภายในหัว หรือกล่องที่อยู่ภายในหัวเสียก่อน ก่อนที่จะส่องไปยังเนกาตีฟ ปรกติจะเป็นแผ่นกรองแสงสีขุ่น ซึ่งติดตั้งอยู่ระหว่างแสงกับเนกาตีฟ แสงที่ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น quartz ภาพที่ได้จากการอัด-ขยาย จากหัวประเภทนี้จะมี contrast ที่ต่ำและรายละเอียดจะดูนุ่ม ใช้ดีกับเนกาตีฟที่มี contrast สูง และเนกาตีฟที่มีรอยขูดขีดได้ดี เพราะแสงที่กระจายจะช่วยลดตำหนิลงไปได้มาก ...ประเภทที่ใช้หลอด fluorescent จะไม่มีการสะท้อนภายใน แต่จะส่องผ่าน plexiglass ตรงลงไปยังเลนส์ แสงจากหลอดประเภทนี้จะไม่ร้อนมาก และโดยตัวมันเองก็จะให้แสงที่นุ่มอยู่แล้ว เรียกกันว่า cold light

หัวที่ใช้ในการอัดภาพสี (Colour Heads) ก็เป็น Diffusion Enlargers สามารถนำไปใช้อัดภาพขาวดำได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นหัวประเภท Dichroic ซึ่งจะมีฟิลเตอร์สีที่เป็นกระจก หรือพลาสติคที่สามารถเลื่อนเข้า-ออกเพื่อให้อยู่ในทาง ของแสงได้

ใน การที่จะอัด-ขยายภาพสี หรืออัด-ขยายภาพขาวดำที่ใช้กระดาษ multigrade  แสงที่ใช้ส่วนใหญ่จะมาจากหลอดไฟประเภท quartz-iodine ซึ่งจะส่องเข้าไปยังห้องผสมแสง (mixing box หรือ mixing chamber) ปรกติจะเป็นกล่องที่เป็น polystyrene หรือพลาสติคสีขาว ซึ่งอยู่ด้านบนของช่องที่ปิดด้วยพลาสติคสีขาวขุ่นเหนือที่ใส่เนกาตีฟ ทำให้แสงที่ส่องผ่านลงไปยังเนกาตีฟกระจายไปทั่วทิศทาง และเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะผ่านเนกาตีฟไปยังเลนส์เพื่อจะสร้างภาพได้ จึงทำให้แสงนุ่มลง ดังนั้นจึงต้องใช้หลอดไฟที่ให้ความสว่างสูง

หัว Diffusion ที่ใช้ในการอัด-ขยายภาพขาวดำ จะคล้ายกับหัว Dichroic เพียงแต่ว่าจะไม่มีฟิลเตอร์สี มาเกี่ยวข้องด้วยเท่านั้น จะมีแค่ filters เกรดสีเทาต่างหากหนึ่งชุดเพื่อใช้ใต้เลนส์ หรือที่หัว เหนือเลนส์ขึ้นไปเพื่อใช้เปลี่ยน contrast

สำหรับเครื่องที่เป็นหัว สี จะมี filters อยู่ด้วยกันสามสีคือ Y (yellow), M (magenta) และ C (cyan) แต่ในการใช้ในการอัดภาพขาวดำจะใช้เพียงแค่สองสี คือ Y กับ M เมื่อใช้ Y ในปริมาณสูง contrast จะลดลง และ contrast จะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ M ที่ปริมาณสูง
เมื่อไม่ต้องการใช้ filters ในการอัด-ขยาย ก็สามารถหมุนทุกตัวไปที่ 0 ได้ หรือเปิดช่องสำหรับไฟขาว ไม่ผ่าน filters ได้เลย

บาง เหตุผลของของการใช้ diffusion enlarger ...ใช้เมื่อเนกาตีฟได้รับการแต่งมา (retouched) เพราะแสงที่มาจากเครื่องจะกระจายและนุ่ม ซึ่งจะช่วยลดความคมของรอยขีดข่วนและตำหนิทั้งหลายได้ แต่มันก็จะลด image contrast ลงเช่นกัน เมื่อเทียบกับการใช้  condenser enlarger และอาจจะไม่เหมาะที่จะใช้ในการขยายภาพที่มีขนาดใหญ่ เพราะว่าการกระจายของแสงทำให้แสงมีความนุ่มลง ซึ่งจะทำให้ภาพขาดความชัดและ contrast ลงไปมาก
 

Condenser-diffusion Enlargers
เครื่อง อัด-ขยายประเภท condenser-diffusion ใช้หลอดไฟประเภท diffusion bulb (frosted) หรือ diffusion bulb กับ diffusing glass ที่ด้านบนของ condensers หรือไม่ก็จะใช้ condenser ชิ้นหนึ่งเป็น diffuser อีกชิ้นเป็นแก้วใส เครื่องอัด-ขยายประเภท condenser-diffusion enlarger มีส่วนดีของ diffusion enlarger ในการช่วยลดความไม่สมบูรณ์ของเนกาตีฟ ฝุ่น หรือปัญหาเล็กๆน้อยๆที่เกี่ยวกับเนกาตีฟ ในขณะที่สามารถยังให้ความคม และรักษาความสว่างของหัวประเภท condenser ไว้


Enlarger/Enlarging Lenses
ไม่ ต่างไปจากการเลือกซื้อเลนส์ให้กล้องถ่ายภาพครับ มันเป็นหัวใจของระบบเช่นกัน เราต้องการเลนส์ที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพ เพื่อที่จะเก็บรายละเอียดต่างๆให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเราก็ควรที่จะหาซื้อเลนส์ในการอัด-ขยายที่มีคุณภาพสูงเท่าที่จะ ทำได้  และควรจะหาเลนส์ที่มีหน้ากว้างพอที่จะทำงานได้สดวก เพราะมันจะให้ความสว่างในการหาโฟกัสได้ดีกว่า

หากเราใช้เลนส์ที่ด้อยคุณภาพ ที่มากับเครื่องเครื่องอัด-ขยายภาพส่วนใหญ่
 (นอกจาก ของ Leitz) เงินทองที่เราเสียไปมากมายกับเลนส์ใช้ในการถ่ายภาพ ก็จะไร้ประโยชน์ เพราะมันไม่สามารถที่จะถ่ายทอดความคมชัด ที่ได้มาจากเลนส์ที่ดีในการถ่ายภาพจากกล้อง ซึ่งอยู่บนเนกาตีฟลงไปบนกระดาษได้

ความยาวของเลนส์ที่จะใช้กับ เครื่องอัด-ขยายภาพ จะขึ้นอยู่กับขนาด หรือ format ของเครื่อง และขนาด หรือ format ของเนกาตีฟ เช่นเดียวกันกับเลนส์ที่ใช้กับกล้อง ในแต่ละขนาด ซึ่งปรกติจะมีความยาวเท่ากับขนาดความยาวของเลนส์ที่เป็น "normal lens" ในการถ่ายภาพ

เครื่องที่ใช้กับเนกาตีฟขนาดเล็ก 35 มม. ใช้เลนส์ 50mm...เครื่องที่ใช้กับเนกาตีฟขนาดกลางจะใช้เลนส์ขนาด 75/80mm กับฟิล์ม 120 ที่มีขนาดของเนกาตีฟ (2 1/4 x 2 1/4) (6x6cm)...เลนส์ 105mm ใช้กับฟิล์ม 120 ที่มีขนาดของเนกาตีฟ (2 1/4 x 2 3/4) (6x7cm) และเลนส์ 135-150mm จะใช้กับเครื่องอัดขยายที่ใช้กับเนกาตีฟขนาด 4X5

การใช้ เลนส์ที่ต่างความยาวกับฟอร์แม็ทของเครื่อง ก็เหมือนกับการใช้ wide angel lens หรือ telephoto lens ในการถ่ายภาพ หาก covering power ไม่พอดี อาจจะทำให้มุมภาพดำ หรือภาพเพี้ยนได้

เลนส์ที่ใช้กับเครื่องอัด-ขยาย ภาพจะผลิตภาพจาก flat field (negative) ลงบน flat field (paper) ดังนั้น depth of field  จึงไม่ใช่ปัญหา นอกจากจะมีการใช้ distortion  control เลนส์ที่ใช้ในการอัด-ขยาย จึงสามารถใช้ได้ดี แม้กับการเปิดหน้าเลนส์ที่กว้าง แต่อย่างไรก็ตามหากเราเปิดหน้าเลนส์ให้กว้าง อาการที่เรียกว่า falloff ของแสงจะเกิดขึ้นในบริเวณขอบ ดังนั้นเราจึงควรที่จะปิดหน้าเลนส์ลงสัก 2 สต็อป จากความกว้างสุด เหมือนกับในการถ่ายภาพ หากปิดเลนส์ให้แคบที่สุดก็จะเหมือนกับเลนส์ของกล้องเช่นกัน คือความคมชัดจะน้อยลง

Focus
การหาความชัด ในเคร่ืองที่ราคาไม่แพงจะควบคุมด้วยการเลื่อนท่อพับ-ยืด ขึ้น-ลง เครื่องที่ราคาสูงหน่อยก็จะมีีที่หมุนให้ใช้ในการปรับ โดยปรกติแล้ว เครื่องอัด-ขยายจะมีที่หมุนให้ใช้ในการปรับ จะสามารถปรับได้ละเอียดขึ้น เครื่องที่ราคาสูงขึ้นไปอีกหน่อยก็จะเป็น autofocus หรือสามารถทำงานได้ทั้ง manual และ auto

Shaft
ก้าน หรือเสา หรือขา อาจจะเป็นท่อกลม ชิ้นเดียว หรืออาจจะเป็นขาแบบกล่องคล้ายตัว U หรือมีขายึดสองข้าง ซึ่งอาจจะตั้งตรงหรือเอียงเข้าด้านหน้า ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมระหว่างหัวอัด ซึ่งติดตั้งอยู่ด้านบน กับฐานด้านล่าง เราจะต้องขยับหัวอัด ซึ่งติดตั้งอยู่บนเสาขึ้น-ลง เพื่อปรับขนาดของภาพที่จะอัด-ขยาย เครื่องที่ราคาสูงหน่อยจะมี autofocus ให้ใช้ควบคู่ไป

Base
ส่วนที่เป็นฐาน เป็นแผ่นไม้เรียบที่มีความหนักและแข็งแรง ในการรับน้ำหนักของส่วนอื่นของเครื่อง และเป็นที่ใช้วาง easel ซึ่งใช้ในการใส่กระดาษในการอัด-ขยาย

Negative Carrier
ที่ ใส่เนกาตีฟในการอัด-ขยาย จะเป็นแผ่นโลหะที่มีบานพับ เปิด-ปิด ได้ ตรงกลางจะมีช่องขนาดเท่ากับส่วนที่เป็นขนาดของเนกาตีฟที่ใช้งาน ไม่ใช่เท่าขนาดของเนกาตีฟรวมขอบ



บันทึกการเข้า

"There is nothing worse than a sharp image of a fuzzy concept."    — Ansel Adams
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.08 วินาที กับ 23 คำสั่ง