เล่าสู่กัน
BWthai.org Forum
22 กันยายน, 2562, 07:05:39 am *

ลิ้งนี้เป็นเว็บบอร์ดเก่าของชมรมภาพถ่ายขาวดำแห่งประเทศไทยเปิดไว้สำหรับค้นหาข้อมูลเท่านั้นน่ะครับ ถ้าต้องการพูดคุยอัพเดทเชิญที่ http://www.bwthai.org ครับ

 
  หน้าแรก   เวปบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าสู่กัน  (อ่าน 4863 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ศรศักดิ์
Member
*****

โหวตให้คะแนน 22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 987


Level 25 : Exp 51%
HP : 0%

« เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2554, 08:34:34 pm »

กระทู้นี้ไม่มีสาระอะไรมากมาย นอกจากนำประสบการณ์มาเล่าสู่กัน...ไม่ได้เขียนอะไรมานานแล้ว มันคันมือ ก็เลยคิดว่าอะไรที่มันยังมีติดค้างอยู่ในสมอง ก็นำมันออกมาซะ ก่อนที่จะสายเกินไป

หลายๆอย่างอาจจะรู้กันมาบ้างแล้ว หรือว่าอาจจะล้าสมัยไปบ้าง หรือต่างจากที่เรียนมาบ้าง ก็ช่างเถอะ คิดซะว่าเป็นเรื่องที่มาจากอีกมุมมองหนึ่งก็แล้วกัน...ผมจะเขียนไปเรื่อยๆ โดยไม่มีพิธีรีตรอง นึกอะไรได้ก็จะนำมาเขียน นำมาเล่าสู่กันที่นี่

• น้ำยาล้างกระดาษแต่ละตัว แต่ละยี่ห้อ มีคุณสมบัติที่ต่างกัน บางตัวให้ความเปรียบต่างสูง บางตัวก็ให้ความเปรียบต่างต่ำ หากจะเปลี่ยนน้ำยา หรือจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนกลางคัน ให้ทำการเทสกับกระดาษที่เราใช้อยู่ก่อน เพราะมันจะเปลี่ยนโทนของภาพได้

• เวลาล้างกระดาษ อย่าเอากระดาษออกจากน้ำยาก่อนกำหนด เพราะมันจะไม่ได้รับการล้างอย่างเต็มที่ โทนยังขึ้นมาไม่ครบ จะทำให้ไม่ได้รับ D-MAX เท่าที่ควร และภาพอาจจะด่างได้...หากทิ้งภาพไว้ในน้ำยาจนครบเวลา แต่ภาพมืดเกินไป นั่นหมายถึงว่าเราให้เวลาในการล้างมากเกินไป ซึ่งเกิดมาจากการที่เราหาเวลาในการล้างผิด เราอาจจะอ่านค่าของแสงในการทำ test strip ผิดตำแหน่ง ดังนั้นจึงควรที่จะหาค่าใหม่ อย่าชดเชยโดยการให้เวลาน้อยลง
บันทึกการเข้า

"There is nothing worse than a sharp image of a fuzzy concept."    — Ansel Adams
ศรศักดิ์
Member
*****

โหวตให้คะแนน 22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 987


Level 25 : Exp 51%
HP : 0%

« ตอบ #1 เมื่อ: 01 กรกฎาคม, 2554, 01:21:42 pm »

• เมื่อตอนเรียนถ่ายภาพอยู่ มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่จบมาจาก RIT ซึ่งได้เคยทำวิจัยเกี่ยวกับการใช้น้ำทะเลล้างฟิล์ม และล้างกระดาษมาแล้ว บอกว่าหากจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำทะเลล้าง ในขั้นตอนสุดท้าย เพราะน้ำจืดหายาก ก็สามารถที่จะใช้ได้โดยไม่มีปัญหา...น้ำทะเลมีประสิทธิ าพในการช่วยขจัด hypo ได้เร็วกว่าปรกติ ... แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันผลข้างเคียง ควรจะตามด้วยการล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งประมาณ 5 นาที

...ยังไม่เคยปฏิบัติตาม เพราะยังไม่เคยขาดน้ำจืด นำมาเล่าสู่กันแค่นั้น



• Pre soak การแช่ฟิล์ม/กระดาษในน้ำสะอาด...เป็นเทคนิคของการนำฟิล์มที่ได้รับการถ่ายมาแล้ว (หรือกระดาษที่ได้รับแสงจากการอัด-ขยายมาแล้ว) แช่ในน้ำก่อนที่จะนำไปใส่ในน้ำยาสร้าง าพ  มีประโยชน์สองอย่างคือ 1. เพื่อเป็นการทำให้ชุ่มน้ำก่อน ซึ่งจะทำให้น้ำยาเข้าถึงเนื้อเยื่อสร้าง าพได้เร็ว และได้อย่างสม่ำเสมอ และ 2. ป้องกันการจับตัวของฟองอากาศตามเยื่อสร้าง าพของฟิล์ม

...Pre soak...เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันเป็นปรกติในหมู่ช่าง าพขาว-ดำ เมื่อสม้ยที่ฟิล์มและกระดาษ ยังมีเยื่อสร้าง าพที่ทำงานช้าและยังหนาอยู่ ผนวกกับน้ำยาที่ยังทำงานช้าอยู่ เพราะว่ากว่าน้ำยาจะซึมเข้าไปถึง ายในเนื้อฟิล์มหรือกระดาษ ความต่างระหว่างส่วนที่ได้รับน้ำยาก่อนและหลังจะเห็นได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นอีกต่อแล้ว เพราะเยื่อสร้าง าพ ไม่ว่าจะทั้งฟิล์มหรือกระดาษ ต่างได้รับการปรับปรุงให้มีความไวขึ้นมากแล้ว ทำปฏิกริยาได้ดีกับน้ำยารุ่นใหม่ๆ แต่ก็ยังมีช่าง าพรุ่นอาวุโสปฏิบัติกันอยู่ด้วยความเคยชิน และจากช่าง าพรุ่นหลังซึ่งได้ยินมาอย่างนั้น แต่ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง เชื่อว่าจะให้ผลดีกว่าในการล้าง...ปัจจุบันจะแช่หรือไม่แช่ ผลไม่ต่างกัน 

...ได้อ่านมาจากกระทู้ที่ #12 ในหัวข้อนี้ http://www.bwthai.org/blog/index.php?option=com_smf&Itemid=52&topic=8241.0
เกี่ยวกับการแช่ฟิล์ม Fuji Neopan ในน้ำสะอาดก่อนล้างว่าจะช่วยลดความเป็นสีม่วงของ film base ลงได้ ... แต่ก็ไม่รู้นะ ผมก็ยังไม่เคยลอง เพราะหาฟิล์มไม่ได้




• Work print/Straight print...ผมเรียกว่า าพต้นแบบ หลายคนยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร หรือมีไว้เพื่ออะไร - Work print หรือ Straight print เป็น าพที่ได้มาจากการหาเวลาที่ถูกต้องในการอัด-ขยายทั้ง าพ ซึ่งได้มาจากการทำ test print  อัด-ขยายมาตรงๆตามเวลา โดยไม่มีการทำอะไรกับ าพเลย ซึ่งบางคนก็เรียกว่า Straight print เมื่อทำการล้าง Work print เราจะต้องทำทุกอย่างตามขั้นตอนและเวลาที่กระดาษจะต้องอยู่ในน้ำยา เมื่อล้างเสร็จก็จะต้องรอให้แห้ง เพ่ือที่จะได้เห็นโทนที่แท้จริงของ าพ (โทนของ าพที่ยังเปียกจะต่างกับ าพที่แห้งแล้ว)

เมื่อแห้งดีแล้ว จากนั้นเราจึงมาหาข้อบกพร่องของ าพว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ทำการแก้ไขในการอัด-ขยายครั้งต่อไปของ าพนั้น โดยการทำเครื่องหมายต่างๆไว้บน าพ ว่าตรงไหนต้องการบัง หรือเผา และใช้เวลาเท่าไร ส่วนด้านหลังของ าพก็จะใช้บันทึกขั้นตอนต่างๆของการทำงาน (data) เช่นว่า ผลิตครั้งแรกเมื่อใด ให้ความสูงของหัวเครื่องในการอัด-ขยายเท่าไร ใช้หน้าเลนส์เท่าไร ให้เวลาเท่าไร ใช้ฟิลเตอร์เบอร์ใด หรือกระดาษเบอร์ใด...ล้างกี่นาที ฯลฯ เพื่อที่ครั้งต่อไปเราสามารถที่จะอัด-ขยายตามได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเริ่มต้นใหม่
บันทึกการเข้า

"There is nothing worse than a sharp image of a fuzzy concept."    — Ansel Adams
jeffninja
Member
Member
*****

โหวตให้คะแนน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


Level 3 : Exp 9%
HP : 0%

« ตอบ #2 เมื่อ: 05 กรกฎาคม, 2554, 10:21:48 am »

 ::ZO:มาซึมซับ ความรู้ครับ
บันทึกการเข้า
ศรศักดิ์
Member
*****

โหวตให้คะแนน 22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 987


Level 25 : Exp 51%
HP : 0%

« ตอบ #3 เมื่อ: 05 กรกฎาคม, 2554, 12:42:46 pm »


สำหรับผู้ที่ใช้กล้องดิจิตัล...ถึงแม้ว่ากล้องจะมีฟังชั่นในการถ่ายขาว-ดำให้เลือก ก็ไม่ควรที่จะถ่ายเป็นขาวดำ เพราะความจริงแล้วกล้องจะมองภาพทั้งหมดเป็นสี แล้วปรับให้เป็นขาว-ดำ เท่านั้น ควรที่จะถ่ายเป็นสีไว้ แล้วปรับด้วยตนเองภายหลังด้วยโปรแกรมแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ ... นอกเสียจากว่าไม่มีโปรแกรมแต่งภาพใช้

โปรแกรมแต่งภาพ เช่น PhotoShop เป็นเครื่องมือที่มีสามารถในการใช้ปรับภาพสี ให้เป็นขาว-ดำได้ดีกว่าการถ่ายมาเป็นขาว-ดำมากนัก เนื่องจากในโปรแกรมมีหลายวิธี ที่เราสามารถเลือกที่จะใช้ในการปรับสีต่างๆให้เป็นขาว-ดำได้...อย่าไปจำกัดด้วยการถ่ายมาเป็นขาว-ดำ

อย่างไรก็ตาม ฟังชั่นในการถ่ายขาว-ดำ ก็มีประโยชน์พอสมควรในการที่จะช่วยให้เราสามารถเห็น และรู้ได้ล่วงหน้าคร่าวๆว่าภาพที่กำลังจะถ่ายนั้น ถ้าเป็นขาว-ดำแล้ว จะออกมาเป็นอย่างไรใน ด้วยการใช้ preview ในโหมดขาว-ดำ ... แล้วก็ถ่ายมาเป็นสี



บันทึกการเข้า

"There is nothing worse than a sharp image of a fuzzy concept."    — Ansel Adams
noppharoojlap
Member
Member
*****

โหวตให้คะแนน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 631


Level 20 : Exp 37%
HP : 0%
The Art of Photography is The Art of Seeing.


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 05 กรกฎาคม, 2554, 10:05:50 pm »

ขอบคุณอาจารย์มากๆครับที่ประสาทวิชาการดีๆมาให้โดยตลอดครับ
บันทึกการเข้า

ศรศักดิ์
Member
*****

โหวตให้คะแนน 22
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 987


Level 25 : Exp 51%
HP : 0%

« ตอบ #5 เมื่อ: 06 กรกฎาคม, 2554, 01:15:14 am »



หลายต่อหลายคนมีปัญหาเรื่องน้ำล้างฟิล์ม น้ำร้อนไปบ้าง น้ำไม่สะอาดพอบ้าง มีทางแก้ได้ไม่ยากครับ แต่ต้องลงทุนกันนิดหน่อย...ชีวิตจะสดใสขึ้นทันตาเห็น

น้ำที่ใช้ในการล้างฟิล์มควรจะเป็นน้ำที่ผ่านการกรองมาบ้างแล้ว กรองหยาบก็ได้ จึงขอแนะนำให้ติดเครื่องกรองแบบถูกๆ แบบที่กรองเพียงแค่เศษผงต่างๆก็เพียงพอแล้ว เพราะเราเพียงแค่ต้องการขจัดเศษผงต่างๆที่ไหลมากับน้ำในท่อ ไม่จำเป็นที่จะต้องกรองละเอียดแบบน้ำดื่ม ส่วนกระดาษนั้นหากไม่กรองก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาเหมือนกับฟิล์ม แต่เมื่อติดเครื่องกรองแล้วกระดาษก็น่าจะได้อานิสงส์์ไปกับเขาด้วย

ในการล้างฟิล์ม น้ำที่ไหลมาจากก๊อกตลอดเวลาจะให้ผลดีกว่าน้ำที่อยู่นิ่งๆ ที่เราที่ได้เรารองใส่ถาดเอาไว้สำหรับล้างฟิล์มหรือกระดาษ เนื่องจากน้ำที่ออกมาจากก๊อกจะมีความแรงมากพอ ในการช่วยผลักดันให้สารเคมีที่ติดค้างอยู่กับฟิล์มและกระดาษหลุดอออกมาได้ และไหลอออกไปกับน้ำเก่า ในขณะที่น้ำใหม่เข้ามาแทนที่ ส่วนการล้างฟิล์มหรือกระดาษกับน้ำที่อยู่นิ่งๆ เพราะเราต้องการประหยัดน้ำ เราจำเป็นที่จะต้องขยับฟิล์มหรือกระดาษบ่อยๆ เพื่อให้สารเคมีที่ติดค้างอยู่หลุดออกมา น้ำจะรับส่วนที่หลุดออกมา ซึ่งตาเราจะมองไม่เห็น ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนน้ำอยู่บ่อยๆ

ปรกติภายใต้น้ำที่ไหลตลอดเวลาเราจะใช้เวลาล้างเนกาตีฟประมาณ 30-40 นาที แต่ถ้าใช้ Hypo-clearing Agent ช่วย หลังจากเนกาตีฟได้ผ่านน้ำยาคงภาพมาแล้ว ก็จะช่วยลดเวลาในการล้างน้ำลงไปได้ถึง 50%  ในส่วนการล้างกระดาษนั้น หากเป็นกระดาษประเภท Paper Base ก็จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาล้างในน้ำที่ไหลตลอดเวลาเป็นชั่วโมง...เป็นชั่วโมงครับ ไม่ได้เขียนผิด เพราะภาพที่เกิดขึ้นบนกระดาษประเภทนี้นั้น มันอยู่ภายในเนื้อกระดาษ น้ำยาต่างๆที่เราใช้ก็ซึมเข้าไปในเนื้อของกระดาษด้วยเช่นกัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลานานกว่ากระดาษประเภท RC ในการขจัดสิ่งเหล่านั้นออกให้หมด และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Hypo-clearing Agent ช่วย เพราะนอกจากจะช่วยย่นเวลาในการล้างแล้ว ยังจะประหยัดน้ำได้ถึงครึ่งอีกด้วย เพราะจะลดเวลาของการล้างลงไปได้ถึง 50% เช่นกัน เหลือเพียงแค่ 1/2 ชั่วโมงเท่านั้น

ส่วนกระดาษประเภท RC (บางครั้งก็จะเรียกกระดาษประเภทนี้ว่า Water Proof Paper) ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ล้างเสร็จ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Hypo-clearing Agent ช่วย เนื่องจากภาพที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นบนพลาสติคที่เคลือบกระดาษอยู่ และน้ำยาก็ไม่สามารถที่จะซึมเข้าไปในเนื้อของกระดาษได้ แต่หากว่าแช่กระดาษประเภทนี้ไว้ในน้ำนานเกินควร จะทำให้ขอบกระดาษยุ่ยและเปิด ซึ่งจะทำให้น้ำยา หรือน้ำซึมเข้าไปได้


เกือบลืมบอกไปถึงเรื่องการควบคุมอุณหภูมิของน้ำ ผมใช้ถังน้ำพลาสติค 500 ลิตร ติดตั้งภายในร่ม  สำหรับการกักน้ำไว้ใช้ในการล้างฟิล์มและกระดาษและอื่นๆ  แต่จะเก็บน้ำไว้แค่พอใช้แล้วก็ปิดวาวน้ำ (valve) เพื่อกันไม่ให้น้ำใหม่ใหลเข้าถัง ต่อท่อน้ำจากถังไปยังห้องมืด และติดตั้งเครื่องกรองน้ำ...น้ำเมื่ออยู่ในร่มอุณหภูมิก็จะไม่สูงนัก ปรกติแล้วจะต่ำกว่า 30 องศา ผมใช้น้ำแข็งกั๊กก้อนใหญ่ๆ ซัก 2 หรือ  3 ก้อน แล้วแต่อุณหภูมิของน้ำที่เป็นอยู่ ใส่ลงไปในถัง เมื่อน้ำแข็งละลายเราก็สามารถที่จะได้อุณหภูมิที่เราต้องการ หรือปรับให้ได้้อุณหภูมิที่เราต้องการ ... ที่ประมาณ 20-24 องศา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กรกฎาคม, 2554, 01:44:44 am โดย ศรศักดิ์ » บันทึกการเข้า

"There is nothing worse than a sharp image of a fuzzy concept."    — Ansel Adams
wee6
Member
Member
*****

โหวตให้คะแนน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4


Level 1 : Exp 80%
HP : 0%

« ตอบ #6 เมื่อ: 06 กรกฎาคม, 2554, 03:14:58 pm »

 ::ZY:ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีๆ
บันทึกการเข้า
rinchai
Member
Member
*****

โหวตให้คะแนน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 544


Level 18 : Exp 91%
HP : 0%

เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 06 กรกฎาคม, 2554, 08:17:25 pm »

ได้ความรู้มากเลยครับ ขอบพระคุณครับ
บันทึกการเข้า
Wind115
Member
Member
*****

โหวตให้คะแนน 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


Level 3 : Exp 27%
HP : 0%

« ตอบ #8 เมื่อ: 08 กรกฎาคม, 2554, 09:28:14 am »

 
ขอบคุณอาจารย์คับ จะรอโพสต่อๆไป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.161 วินาที กับ 22 คำสั่ง